วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มะรุม

กินมะรุมขจัดมะเร็ง....พืชมหัศจรรย์ ลดไขมัน ป้องกันมะเร็ง
"มะรุม" ต้นไม้สารพัดประโยชน์อีกชนิดหนึ่ง ที่ทุกส่วนของต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งในด้านอาหาร ยา และประโยชน์ ด้านอื่น ๆ นับตั้งแต่รากไปจรดยอดอ่อน คนไทยนิยมรับประทานฝักอ่อน ยอดอ่อน ช่อดอก มาปรุงเป็นอาหาร และนำราก เมล็ด รวมถึงเปลือกมาทำเป็นยา เช่นเดียวกับคนในหลายประเทศอย่างในประเทศอินเดีย ที่นิยมรับประทานใบเป็นผัก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง รากสดก็สามารถนำมาปรุงอาหารได้ รวมทั้งเมล็ดมะรุมแห้งที่นำมาคั่วเป็นของกินเล่น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับถั่วลิสงที่เรานำมาเคี้ยวเล่นเลย
เกือบทุกส่วนของมะรุมมีสรรพคุณทางยาที่สามารถนำมาใช้รักษาโรค ทั้งภายในและภายนอก ตามตำรายาไทยใช้ใบบดหยาบให้มีน้ำนิดหน่อยพอกรักษาบาดแผล แก้อักเสบ ใช้ดอกขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง และใช้เมล็ดแก้ปวดตามข้อ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ การศึกษาวิจัยในหลายประเทศได้แสดงให้เห็นคุณประโยชน์อันกว้างขวางและลึกซึ้ง ของต้นมะรุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณประโยชน์ในด้านอาหารและยา ซึ่งมีการค้นพบว่ามะรุมนั้นมีสรรพคุณในการรักษาโรคขาดสารอาหารของเด็ก โรคเกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด รวมทั้งมีแนวโน้มในการรักษาโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคมะเร็ง และโรคเอดส์อย่างได้ผล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มะรุมกำลังเป็นที่สนใจของหลายประเทศ อาทิเช่น ประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมัน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน เป็นต้น จนได้รับการขนานนามว่า "มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์"
ส่วนในบ้านของเรากำลังสนใจในตัวพืชชนิดนี้เช่นกัน โดยสรรพคุณยาในการรักษาโรคมะเร็งมีการนำสารบางอย่างที่ได้จากมะรุมมาเป็นยา ยับยั้งสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง เนื่องจากโรคมะเร็งคือโรคร้ายที่ฆ่าชีวิตประชาชนคนไทยมากเป็นอันดับ 1 มาตลอดหลายปี มะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายที่ทุกคนกลัว ใครป่วยเป็นมะเร็งเรียกได้ว่าต้องทำใจไว้เลย หลายคนต้องตรอมใจตายก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
"กินมะรุม.....ขจัดสารพัดโรค"
1. มะรุมขจัดโรคมะเร็ง
ถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และถ้าหากเป็นโรคมะเร็งอยู่ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของร่างกายได้ ถ้าใช้ควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน ที่สำคัญหากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมก็จะช่วยลดการแพ้รังสี ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเร็วขึ้น
เนื่องจากในมะรุมนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก สามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสาร "ฟอบอลเอสเทอร์" ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ โดยในมะรุมจะมีสาร "เบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซค์" ชนิดหนึ่ง และสาร "ไนอาซิไมซิน" ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้เป็นต้านการเกิดมะเร็ง
2. มะรุมขจัดโรคขาดสารอาหาร
เด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ สามารถกินมะรุมได้ กินมะรุมลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดี ในกรณีเด็กแรกเกิด การให้สารมะรุมทำได้ดีที่สุดโดยผ่านทางน้ำนมของมารดา เมื่อทารกดื่มนมมารดาที่รับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอ สารอาหารสำคัญจะผ่านสู่ทารกโดยง่าย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกให้ มารดาเป็นอย่างดี
3. มะรุมขจัดโรคเบาหวาน
มะรุมใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้คือ ระดับน้ำตาลไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นช็อก สามารถลดการใช้ยาลง โดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ทำการรักษาจากการตรวจวัด ด้วยลูกดิ่ง ท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้บรรยาย ณ วัดป่าธรรมชาติว่า ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสที่จะหายจากโรคเบาหวานได้ คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างสูง โดยหาดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ทั่วไป
4. มะรุมขจัดโรค ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูง
มะรุมสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องช่วยตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร การบริหารร่างกายด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น การเดิน การรำไท้ซี่ เป็นต้น มิฉะนั้นแล้วการบำบัดด้านนี้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
5. มะรุมขจัดโรคตาเกือบทุกชนิด
มะรุมสามารถช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดมัว เพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคต้อ เป็นต้น ซึ่งถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สายตาดีขึ้น รับประทานใบมะรุมนานประมาณ 1 ปีครึ่ง อาการสายตาสั้นที่เป็นอยู่จะดีขึ้นกว่าเดิมจนสังเกตได้
6. มะรุมขจัดโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบ หืด และโรคภูมิแพ้
โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ อาการของภูมิแพ้ผู้ป่วยลดลงจนเกือบจะหายดี หอบหืดหายไป หายใจสะดวกขึ้นจนคนใกล้ชิดยังสังเกตเห็นได้ ในระยะแรก ๆ ของการรับประทานใบมะรุม หากมีอาการไอมากขึ้นนั่นคือการขับพิษของมะรุม เมื่อขับพิษหมดอาการไอจะหายไปเอง ใช้น้ำมันมะรุมหยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัส โรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู รักษาอาการเยื่อหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เกาต์ รูมาติก ได้อีกด้วย
7. มะรุมขจัดโรคเอดส์ (HIV)
ในประเทศแอฟริกาได้ทดลอง โดยนำมะรุมมาใช้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ พบว่า ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุม ได้ และสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปกติทั่วไปในสังคม การรักษาโรคเอดส์ประสบผลสำเร็จอย่างกว้างขวางจากประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา และได้รับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2005 จากการค้นกว้าและทดลองของแถบแอฟริกาอินแลนด์ ประเทศทานซาเนีย โดย นายแพทย์เฟลิซิ และพยาบาลชาวเยอรมัน ชื่อ ไมค์กี้ เอตลิ่ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถ้ารับประทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากจะทำให้มารดามีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว ทารกที่เกิดมาจะมีสุขภาพสมบูรณ์ และโอกาสที่จะติดเชื้อ HIV ย่อมลดน้อยลงด้วย มะรุมช่วยเพิ่มแคลเซียมให้แก่มารดาในระยะตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี คนทั่ว ๆ ไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
8. มะรุมขจัดไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และโรคอ้วน
มะรุมมีสรรพคุณสามารถลดไขมันและคอเลสเตอรอล มีคุณค่าทางอาหารและสารอาหารสูงมากทีเดียว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก และยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ จากการศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูง มีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองปริมาณไขมันในตับและไตลดลง สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมัน ทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง
9. มะรุมขจัดโรคชราหรือชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ถึงแม้ว่ายังไม่มีการพบรายงานการวิจัย เกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจาก มะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญ คือ รูทิน และเควอเซทิน (rutin และ quartering) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lute in และ caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้
10. มะรุมขจัดโรคอื่น ๆ อีกมากมาย
- ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลเร็ว
- ช่วยฆ่าเชื้อโรค สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโกลโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ.1964 จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
Cr. http://swis-acn.acn.ac.th/

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ถั่วเขียว

สรรพคุณของถั่วเขียว 36 ข้อ
1.โพแทสเซียมช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายให้แข็งแรง
2.ถั่วเขียวมีสารต้านเอนไซม์โปรตีเอสในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง
3.ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัด
4.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยในการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย ช่วยผลิตโปรตีน และกาดหดตัวข้องกล้ามเนื้อ
5.ช่วยลดความดันโลหิต
6.ช่วยทำให้เจริญอาหาร
7.ช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอล ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนักได้ เพราะถั่วเขียวมีส่วนประกอบของไขมันที่ต่ำมาก ไม่มีคอเลสเตอรอล และยังอุดมไปด้วยโปรตีนกับเส้นใยอาหาร
8.ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
9.ถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณของหัวใจและม้าม
10.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงในร่างกาย
11.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเบาหวานได้
12.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย
13.ช่วยขับร้อน แก้อาการร้อนใน และช่วยแก้พิษในฤดูร้อน
14.ถั่วเขียวมีประโยชน์ต่อลำคอและผิวหนัง และยังช่วยแก้อาการกระหายน้ำได้อีกด้วย
15.เมล็ดถั่วเขียวนำมาต้มกับเกลือ ใช้อมเพื่อรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้
16.ช่วยถอนพิษในร่างกาย
17.ช่วยกระตุ้นประสาท ถั่วเขียวเป็นแหล่งสำคัญของธาตุโบรอน (Boron) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ทำให้ช่วยสมองทำงานได้ฉับไวมากขึ้น และยังอุดมไปด้วยฟอสฟอสรัส ที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทและสมอง[4]
18.ช่วยบำรุงสายตา ทำให้ตาสว่าง และรักษาตาอักเสบ (เปลือกสีเขียว)[9] ช่วยแก้อาการตาพร่า ตาอักเสบ ด้วยการรับประทานถั่วเขียวต้มครั้งละ 15-20 กรัมเป็นประจำ
19.ช่วยรักษาคางทูมที่เป็นใหม่ๆ ด้วยการต้มถั่วเขียว 70 กรัมจนใกล้สุก แล้วใส่แกนกะหล่ำปลีลงไป / หัวต้มอีก 15 นาที กินเฉพาะน้ำวันละ 2 ครั้ง
20.ช่วยแก้อาการอาเจียนจากการดื่มเหล้า ด้วยการดื่มน้ำถั่วเขียวพอประมาณ
21.ช่วยขับของเหลวในร่างกาย
22.ในถั่วเขียวอุดมไปด้วยเส้นใยที่สามารถละลายน้ำได้ดี จึงช่วยในขบวนการทำความสะอาดของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
23.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินบี2 ที่ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอกได้
24.ถั่วเขียวมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และยังส่งผลดีต่อระบบลำไส้โดยรวมอีกด้วย
25.เมล็ดถั่วเขียวนำมาต้มแล้วกินใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
26.ช่วยแก้ลำไส้อักเสบ
27.ช่วยบำรุงตับ
28.ช่วยแก้อาการไตอักเสบ
29.ช่วยแก้ผดผื่นคัน
30.ช่วยลดบวม
31.ช่วยรักษาโรคข้อต่างๆ แก้ขัดข้อ
32.ช่วยรักษาฝี ด้วยการใช้ถั่วเขียวดิบหรือต้มสุก นำมาใช้ตำแล้วพอกเป็นยารักษาภายนอกช่วยในการบ่มหนองให้ฝีกสุก และยังใช้รักษาอาการอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น แก้ท้องร่วง การคลอดบุตรยาก และโรคท้องมาน[8],[9]
33.นำมาใช้ตำพอกแผล
34.ช่วยแก้พิษจากพืช พิษจากสารหนู และพิษอื่นๆ
35.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยวิตามินบี1 ที่ช่วยในการป้องกันโรคเหน็บชาได้เป็นอย่างดี
36.ถั่วเขียวอุดมไปด้วยโฟเลทสูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารกได้