"มะรุม" ต้นไม้สารพัดประโยชน์อีกชนิดหนึ่ง ที่ทุกส่วนของต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งในด้านอาหาร ยา และประโยชน์ ด้านอื่น ๆ นับตั้งแต่รากไปจรดยอดอ่อน คนไทยนิยมรับประทานฝักอ่อน ยอดอ่อน ช่อดอก มาปรุงเป็นอาหาร และนำราก เมล็ด รวมถึงเปลือกมาทำเป็นยา เช่นเดียวกับคนในหลายประเทศอย่างในประเทศอินเดีย ที่นิยมรับประทานใบเป็นผัก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง รากสดก็สามารถนำมาปรุงอาหารได้ รวมทั้งเมล็ดมะรุมแห้งที่นำมาคั่วเป็นของกินเล่น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับถั่วลิสงที่เรานำมาเคี้ยวเล่นเลย
เกือบทุกส่วนของมะรุมมีสรรพคุณทางยาที่สามารถนำมาใช้รักษาโรค
ทั้งภายในและภายนอก ตามตำรายาไทยใช้ใบบดหยาบให้มีน้ำนิดหน่อยพอกรักษาบาดแผล
แก้อักเสบ ใช้ดอกขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง และใช้เมล็ดแก้ปวดตามข้อ
แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้
การศึกษาวิจัยในหลายประเทศได้แสดงให้เห็นคุณประโยชน์อันกว้างขวางและลึกซึ้ง
ของต้นมะรุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณประโยชน์ในด้านอาหารและยา
ซึ่งมีการค้นพบว่ามะรุมนั้นมีสรรพคุณในการรักษาโรคขาดสารอาหารของเด็ก
โรคเกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด รวมทั้งมีแนวโน้มในการรักษาโรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิต โรคมะเร็ง และโรคเอดส์อย่างได้ผล
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มะรุมกำลังเป็นที่สนใจของหลายประเทศ อาทิเช่น
ประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมัน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน
เป็นต้น จนได้รับการขนานนามว่า "มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์"
ส่วนในบ้านของเรากำลังสนใจในตัวพืชชนิดนี้เช่นกัน โดยสรรพคุณยาในการรักษาโรคมะเร็งมีการนำสารบางอย่างที่ได้จากมะรุมมาเป็นยา ยับยั้งสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง เนื่องจากโรคมะเร็งคือโรคร้ายที่ฆ่าชีวิตประชาชนคนไทยมากเป็นอันดับ 1 มาตลอดหลายปี มะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายที่ทุกคนกลัว ใครป่วยเป็นมะเร็งเรียกได้ว่าต้องทำใจไว้เลย หลายคนต้องตรอมใจตายก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
"กินมะรุม.....ขจัดสารพัดโรค"
1. มะรุมขจัดโรคมะเร็ง
ถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และถ้าหากเป็นโรคมะเร็งอยู่ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของร่างกายได้ ถ้าใช้ควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน ที่สำคัญหากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมก็จะช่วยลดการแพ้รังสี ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเร็วขึ้น
เนื่องจากในมะรุมนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก สามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสาร "ฟอบอลเอสเทอร์" ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ โดยในมะรุมจะมีสาร "เบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซค์" ชนิดหนึ่ง และสาร "ไนอาซิไมซิน" ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้เป็นต้านการเกิดมะเร็ง
2. มะรุมขจัดโรคขาดสารอาหาร
เด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ สามารถกินมะรุมได้ กินมะรุมลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดี ในกรณีเด็กแรกเกิด การให้สารมะรุมทำได้ดีที่สุดโดยผ่านทางน้ำนมของมารดา เมื่อทารกดื่มนมมารดาที่รับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอ สารอาหารสำคัญจะผ่านสู่ทารกโดยง่าย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกให้ มารดาเป็นอย่างดี
3. มะรุมขจัดโรคเบาหวาน
มะรุมใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้คือ ระดับน้ำตาลไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นช็อก สามารถลดการใช้ยาลง โดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ทำการรักษาจากการตรวจวัด ด้วยลูกดิ่ง ท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้บรรยาย ณ วัดป่าธรรมชาติว่า ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสที่จะหายจากโรคเบาหวานได้ คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างสูง โดยหาดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ทั่วไป
4. มะรุมขจัดโรค ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูง
มะรุมสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องช่วยตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร การบริหารร่างกายด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น การเดิน การรำไท้ซี่ เป็นต้น มิฉะนั้นแล้วการบำบัดด้านนี้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
5. มะรุมขจัดโรคตาเกือบทุกชนิด
มะรุมสามารถช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดมัว เพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคต้อ เป็นต้น ซึ่งถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สายตาดีขึ้น รับประทานใบมะรุมนานประมาณ 1 ปีครึ่ง อาการสายตาสั้นที่เป็นอยู่จะดีขึ้นกว่าเดิมจนสังเกตได้
6. มะรุมขจัดโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบ หืด และโรคภูมิแพ้
โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ อาการของภูมิแพ้ผู้ป่วยลดลงจนเกือบจะหายดี หอบหืดหายไป หายใจสะดวกขึ้นจนคนใกล้ชิดยังสังเกตเห็นได้ ในระยะแรก ๆ ของการรับประทานใบมะรุม หากมีอาการไอมากขึ้นนั่นคือการขับพิษของมะรุม เมื่อขับพิษหมดอาการไอจะหายไปเอง ใช้น้ำมันมะรุมหยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัส โรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู รักษาอาการเยื่อหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เกาต์ รูมาติก ได้อีกด้วย
7. มะรุมขจัดโรคเอดส์ (HIV)
ในประเทศแอฟริกาได้ทดลอง โดยนำมะรุมมาใช้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ พบว่า ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุม ได้ และสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปกติทั่วไปในสังคม การรักษาโรคเอดส์ประสบผลสำเร็จอย่างกว้างขวางจากประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา และได้รับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2005 จากการค้นกว้าและทดลองของแถบแอฟริกาอินแลนด์ ประเทศทานซาเนีย โดย นายแพทย์เฟลิซิ และพยาบาลชาวเยอรมัน ชื่อ ไมค์กี้ เอตลิ่ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถ้ารับประทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากจะทำให้มารดามีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว ทารกที่เกิดมาจะมีสุขภาพสมบูรณ์ และโอกาสที่จะติดเชื้อ HIV ย่อมลดน้อยลงด้วย มะรุมช่วยเพิ่มแคลเซียมให้แก่มารดาในระยะตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี คนทั่ว ๆ ไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
8. มะรุมขจัดไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และโรคอ้วน
มะรุมมีสรรพคุณสามารถลดไขมันและคอเลสเตอรอล มีคุณค่าทางอาหารและสารอาหารสูงมากทีเดียว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก และยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ จากการศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูง มีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองปริมาณไขมันในตับและไตลดลง สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมัน ทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง
9. มะรุมขจัดโรคชราหรือชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ถึงแม้ว่ายังไม่มีการพบรายงานการวิจัย เกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจาก มะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญ คือ รูทิน และเควอเซทิน (rutin และ quartering) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lute in และ caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้
10. มะรุมขจัดโรคอื่น ๆ อีกมากมาย
- ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลเร็ว
- ช่วยฆ่าเชื้อโรค สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโกลโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ.1964 จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
Cr. http://swis-acn.acn.ac.th/
ส่วนในบ้านของเรากำลังสนใจในตัวพืชชนิดนี้เช่นกัน โดยสรรพคุณยาในการรักษาโรคมะเร็งมีการนำสารบางอย่างที่ได้จากมะรุมมาเป็นยา ยับยั้งสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง เนื่องจากโรคมะเร็งคือโรคร้ายที่ฆ่าชีวิตประชาชนคนไทยมากเป็นอันดับ 1 มาตลอดหลายปี มะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายที่ทุกคนกลัว ใครป่วยเป็นมะเร็งเรียกได้ว่าต้องทำใจไว้เลย หลายคนต้องตรอมใจตายก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
"กินมะรุม.....ขจัดสารพัดโรค"
1. มะรุมขจัดโรคมะเร็งถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และถ้าหากเป็นโรคมะเร็งอยู่ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของร่างกายได้ ถ้าใช้ควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน ที่สำคัญหากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมก็จะช่วยลดการแพ้รังสี ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเร็วขึ้น
เนื่องจากในมะรุมนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก สามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสาร "ฟอบอลเอสเทอร์" ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ โดยในมะรุมจะมีสาร "เบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซค์" ชนิดหนึ่ง และสาร "ไนอาซิไมซิน" ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้เป็นต้านการเกิดมะเร็ง
2. มะรุมขจัดโรคขาดสารอาหาร
เด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ สามารถกินมะรุมได้ กินมะรุมลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดี ในกรณีเด็กแรกเกิด การให้สารมะรุมทำได้ดีที่สุดโดยผ่านทางน้ำนมของมารดา เมื่อทารกดื่มนมมารดาที่รับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอ สารอาหารสำคัญจะผ่านสู่ทารกโดยง่าย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกให้ มารดาเป็นอย่างดี
3. มะรุมขจัดโรคเบาหวาน
มะรุมใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้คือ ระดับน้ำตาลไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นช็อก สามารถลดการใช้ยาลง โดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ทำการรักษาจากการตรวจวัด ด้วยลูกดิ่ง ท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้บรรยาย ณ วัดป่าธรรมชาติว่า ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสที่จะหายจากโรคเบาหวานได้ คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างสูง โดยหาดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ทั่วไป
4. มะรุมขจัดโรค ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูง
มะรุมสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ แต่ทั้งนี้จะต้องช่วยตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร การบริหารร่างกายด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น การเดิน การรำไท้ซี่ เป็นต้น มิฉะนั้นแล้วการบำบัดด้านนี้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
5. มะรุมขจัดโรคตาเกือบทุกชนิด
มะรุมสามารถช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดมัว เพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคต้อ เป็นต้น ซึ่งถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สายตาดีขึ้น รับประทานใบมะรุมนานประมาณ 1 ปีครึ่ง อาการสายตาสั้นที่เป็นอยู่จะดีขึ้นกว่าเดิมจนสังเกตได้
6. มะรุมขจัดโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบ หืด และโรคภูมิแพ้
โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ อาการของภูมิแพ้ผู้ป่วยลดลงจนเกือบจะหายดี หอบหืดหายไป หายใจสะดวกขึ้นจนคนใกล้ชิดยังสังเกตเห็นได้ ในระยะแรก ๆ ของการรับประทานใบมะรุม หากมีอาการไอมากขึ้นนั่นคือการขับพิษของมะรุม เมื่อขับพิษหมดอาการไอจะหายไปเอง ใช้น้ำมันมะรุมหยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัส โรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู รักษาอาการเยื่อหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก ใช้ทาผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เกาต์ รูมาติก ได้อีกด้วย
7. มะรุมขจัดโรคเอดส์ (HIV)
ในประเทศแอฟริกาได้ทดลอง โดยนำมะรุมมาใช้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ พบว่า ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุม ได้ และสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปกติทั่วไปในสังคม การรักษาโรคเอดส์ประสบผลสำเร็จอย่างกว้างขวางจากประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา และได้รับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2005 จากการค้นกว้าและทดลองของแถบแอฟริกาอินแลนด์ ประเทศทานซาเนีย โดย นายแพทย์เฟลิซิ และพยาบาลชาวเยอรมัน ชื่อ ไมค์กี้ เอตลิ่ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถ้ารับประทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากจะทำให้มารดามีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว ทารกที่เกิดมาจะมีสุขภาพสมบูรณ์ และโอกาสที่จะติดเชื้อ HIV ย่อมลดน้อยลงด้วย มะรุมช่วยเพิ่มแคลเซียมให้แก่มารดาในระยะตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี คนทั่ว ๆ ไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างน้อย อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
8. มะรุมขจัดไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และโรคอ้วน
มะรุมมีสรรพคุณสามารถลดไขมันและคอเลสเตอรอล มีคุณค่าทางอาหารและสารอาหารสูงมากทีเดียว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก และยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ จากการศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูง มีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้กลุ่มทดลองปริมาณไขมันในตับและไตลดลง สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมัน ทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง
9. มะรุมขจัดโรคชราหรือชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ถึงแม้ว่ายังไม่มีการพบรายงานการวิจัย เกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจาก มะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญ คือ รูทิน และเควอเซทิน (rutin และ quartering) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lute in และ caffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้
10. มะรุมขจัดโรคอื่น ๆ อีกมากมาย
- ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลเร็ว
- ช่วยฆ่าเชื้อโรค สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโกลโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ.1964 จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
Cr. http://swis-acn.acn.ac.th/
