"มะรุม" ต้นไม้สารพัดประโยชน์อีกชนิดหนึ่ง ที่ทุกส่วนของต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งในด้านอาหาร ยา และ
เกือบทุกส่วนของมะรุมมีสรรพคุณทางยาที่สามารถนำมาใช้รักษาโรค
ทั้งภายในและภายนอก ตามตำรายาไทยใช้ใบบดหยาบให้มีน้ำนิดหน่อยพอกรักษาบาดแผล
แก้อักเสบ ใช้ดอกขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง และใช้เมล็ดแก้ปวดตามข้อ
แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้
การศึกษาวิจัยในหลายประเทศได้แสดงให้เห็นคุณประโยชน์อันกว้างขวางและลึกซึ้ง
ของต้นมะรุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณประโยชน์ในด้านอาหารและยา
ซึ่งมีการค้นพบว่ามะรุมนั้นมีสรรพคุณในการรักษาโรคขาดสารอาหารของเด็ก
โรคเกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด รวมทั้งมีแนวโน้มในการรักษาโรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิต โรคมะเร็ง และโรคเอดส์อย่างได้ผล
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มะรุมกำลังเป็นที่สนใจของหลายประเทศ อาทิเช่น
ประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมัน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน
เป็นต้น จนได้รับการขนานนามว่า "มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์"
ส่วนในบ้านของเรากำลังสนใจในตัวพืชชนิดนี้เช่นกัน
โดยสรรพคุณยาในการรักษาโรคมะเร็งมีการนำสารบางอย่างที่ได้จากมะรุมมาเป็นยา
ยับยั้งสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง
เนื่องจากโรคมะเร็งคือโรคร้ายที่ฆ่าชีวิตประชาชนคนไทยมากเป็นอันดับ 1
มาตลอดหลายปี มะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายที่ทุกคนกลัว
ใครป่วยเป็นมะเร็งเรียกได้ว่าต้องทำใจไว้เลย
หลายคนต้องตรอมใจตายก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
"กินมะรุม.....ขจัดสารพัดโรค"

1. มะรุมขจัดโรคมะเร็ง
ถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
และถ้าหากเป็นโรคมะเร็งอยู่ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น
ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของร่างกายได้
ถ้าใช้ควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน
ที่สำคัญหากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี
การดื่มน้ำมะรุมก็จะช่วยลดการแพ้รังสี ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น
และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเร็วขึ้น
เนื่องจากในมะรุมนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก
สามารถต้านการเกิดมะเร็งที่ถูกกระตุ้นโดยสาร "ฟอบอลเอสเทอร์"
ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ โดยในมะรุมจะมีสาร
"เบนซิลไทโอไซยาเนตไกลโคไซค์" ชนิดหนึ่ง และสาร "ไนอาซิไมซิน"
ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้เป็นต้านการเกิดมะเร็ง
2. มะรุมขจัดโรคขาดสารอาหาร
เด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ สามารถกินมะรุมได้ กินมะรุมลดสถิติการเสียชีวิต
พิการ และตาบอดจากการขาดสารอาหารได้เป็นอย่างดี ในกรณีเด็กแรกเกิด
การให้สารมะรุมทำได้ดีที่สุดโดยผ่านทางน้ำนมของมารดา
เมื่อทารกดื่มนมมารดาที่รับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอ
สารอาหารสำคัญจะผ่านสู่ทารกโดยง่าย
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานและเพิ่มแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกให้
มารดาเป็นอย่างดี
3. มะรุมขจัดโรคเบาหวาน
มะรุมใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้คือ
ระดับน้ำตาลไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นช็อก
สามารถลดการใช้ยาลง
โดยความเห็นชอบและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ทำการรักษาจากการตรวจวัด
ด้วยลูกดิ่ง ท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้บรรยาย ณ วัดป่าธรรมชาติว่า
ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสที่จะหายจากโรคเบาหวานได้
คณะแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างสูง
โดยหาดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ทั่วไป
4. มะรุมขจัดโรค ใช้ควบคุมความดันโลหิตสูง
มะรุมสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
แต่ทั้งนี้จะต้องช่วยตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร
การบริหารร่างกายด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น การเดิน การรำไท้ซี่ เป็นต้น
มิฉะนั้นแล้วการบำบัดด้านนี้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
5. มะรุมขจัดโรคตาเกือบทุกชนิด
มะรุมสามารถช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดมัว
เพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคต้อ เป็นต้น
ซึ่งถ้ารับประทานอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สายตาดีขึ้น
รับประทานใบมะรุมนานประมาณ 1 ปีครึ่ง
อาการสายตาสั้นที่เป็นอยู่จะดีขึ้นกว่าเดิมจนสังเกตได้
6. มะรุมขจัดโรคทางเดินหายใจอักเสบ โรคโพรงจมูกอักเสบ หอบ หืด และโรคภูมิแพ้
โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ อาการของภูมิแพ้ผู้ป่วยลดลงจนเกือบจะหายดี หอบหืดหายไป
หายใจสะดวกขึ้นจนคนใกล้ชิดยังสังเกตเห็นได้ ในระยะแรก ๆ
ของการรับประทานใบมะรุม หากมีอาการไอมากขึ้นนั่นคือการขับพิษของมะรุม
เมื่อขับพิษหมดอาการไอจะหายไปเอง ใช้น้ำมันมะรุมหยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้
ไซนัส โรคทางเดินหายใจ ใช้หยอดหูฆ่าและป้องกันพยาธิในหู
รักษาอาการเยื่อหูอักเสบ รักษาโรคหูน้ำหนวก
ใช้ทาผิวหนังจากเชื้อราและเชื้อไวรัส รักษาโรคเริม งูสวัด
รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ใช้ทารักษาแผลสด หูด ตาปลา
ใช้ถูนวดบรรเทาอาการบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ รักษาโรคไขข้ออักเสบ เกาต์
รูมาติก ได้อีกด้วย
7. มะรุมขจัดโรคเอดส์ (HIV)
ในประเทศแอฟริกาได้ทดลอง โดยนำมะรุมมาใช้กับผู้ป่วยโรคเอดส์ พบว่า
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ต่ำลงของผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุม
ได้ และสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปกติทั่วไปในสังคม
การรักษาโรคเอดส์ประสบผลสำเร็จอย่างกว้างขวางจากประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา
และได้รับความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2005
จากการค้นกว้าและทดลองของแถบแอฟริกาอินแลนด์ ประเทศทานซาเนีย โดย
นายแพทย์เฟลิซิ และพยาบาลชาวเยอรมัน ชื่อ ไมค์กี้ เอตลิ่ง
อีกทั้งยังช่วยเพิ่มและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
ถ้ารับประทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์
นอกจากจะทำให้มารดามีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว
ทารกที่เกิดมาจะมีสุขภาพสมบูรณ์ และโอกาสที่จะติดเชื้อ HIV
ย่อมลดน้อยลงด้วย
มะรุมช่วยเพิ่มแคลเซียมให้แก่มารดาในระยะตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี คนทั่ว ๆ
ไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ถ้ารับประทานใบมะรุมอย่างน้อย
อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
8. มะรุมขจัดไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และโรคอ้วน
มะรุมมีสรรพคุณสามารถลดไขมันและคอเลสเตอรอล
มีคุณค่าทางอาหารและสารอาหารสูงมากทีเดียว
จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก
และยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ
จากการศึกษาการกินสารสกัดใบมะรุมในหนูที่กินอาหารไขมันสูง
มีปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดลงอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่มควบคุม
นอกจากนี้กลุ่มทดลองปริมาณไขมันในตับและไตลดลง
สรุปว่าการให้ใบมะรุมเพื่อลดปริมาณไขมัน
ทางการแพทย์อินเดียสามารถวัดผลได้ในเชิงวิทยาศาสตร์จริง
9. มะรุมขจัดโรคชราหรือชะลอความแก่
กล่าวกันว่ามะรุมมีฤทธิ์ชะลอความแก่ถึงแม้ว่ายังไม่มีการพบรายงานการวิจัย
เกี่ยวกับมะรุมในด้านนี้ คาดว่าเป็นการสรุปเนื่องจาก
มะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญ คือ รูทิน และเควอเซทิน (rutin และ quartering)
สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lute in และ caffeoylquinic acids)
ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ
และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ
การกินสารต้านอนุมูลอิสระชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้
10. มะรุมขจัดโรคอื่น ๆ อีกมากมาย
- ช่วยเชื่อมต่อกระดูกที่หักได้ผลเร็ว
- ช่วยฆ่าเชื้อโรค
สารเบนซิลไทโอไซยาเนตโกลโคไซด์และเบนซิลกลูโคซิโนเลตค้นพบในปี พ.ศ.1964
จากมะรุมมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ สนับสนุนการใช้น้ำคั้นจากมะรุมหยอดหูแก้ปวดหู
Cr.
http://swis-acn.acn.ac.th/